TH MonsoonSIM สำหรับการฝึกอบรมบุคลากรในองค์กร

เพื่อการนำ MoonsoonSIM Business Simulation and Gamification ไปใช้ในการฝึกอมบุคลากรในองค์กร เกี่ยวกับศาสตร์ และการใช้งานศาสตร์ด้านการบริหารธุรกิจ ในทุกระดับบุคลากรที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่ง Facilitator ของ MonsoonSIM จะปรับเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของการฝึกอบรมขององค์กรท่าน โดยมีระยะเวลา 1-3 วัน ในหลากหลายหลักสูตร

ในสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ การฝึกอบรมบุคลากร เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางธุรกิจยิ่งเป็นเรื่องจำเป็น และในสภาพเศรษฐกิจใด ๆ การเพิ่มความรู้ ความเข้าใจทางธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญเสมอ และสำคัญกว่าวิชาแฟนตาซี ที่ฝึกอบรมแล้วเท่ห์ ใช้งานไม่ได้ หรือใช้การได้ยาก
Training ROI เกิดขึ้นเมื่อ บุคลากรสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ ประสบการณ์, มุมมอง และแนวคิดที่เกิดจากการฝึกอบรม ไปใช้ทำงาน และเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ไม่ใช่ตัวบุคลากรเก่งขึ้้น แต่องค์กรจะต้องได้รับอานิสงค์ของการพัฒนาบุคลากร ไม่ใช่ผลประเมินการฝึกอบรมออกมาได้ผลดี แต่เป็นบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมรู้ว่า จะเอาความรู้ ประสบการณ์ แลพคำแนะนำของวิทยากรไปใช้ในงานได้อย่างไร

คำถามเกี่ยวกับ MonsoonSIM ด้านการฝึกอบรมบุคลากร

เหตุใด MonsoonSIM Business Simulation จึงเป็นทางเลือกที่ดีของการฝึกอบรมบุคลากร

มิติที่เปรียบเทียบ

รูปแบบดั้งเดิม

การฝึกอบรมด้วย MonsoonSIM Business Simulation & Gamification Platform

ความหมายและขอบเขต

การฝึกอบรมที่เน้นการบรรยาย และอาจมีสัดส่วนของ Workshop บนกระดาษ หรือ หากทันสมัยขึ้นมาหน่อย คือ การใช้ Board Game

กรฝึกอบรม ที่เน้น Computerize Cloud based Business Simumaltion โดยอาศัย Gamification เป็นกุศโลบาย เป็นหลัก โดย MonsoonSIM ใช้การบรรยาย การยกตัวอย่าง

  • หากเทียบกับ Business Board Game ในตลาดที่นิยมนำมาฝึกอบรมนั้น MonsoonSIM สมารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของเกมได้หลาากหลาย กว่าการออกแบบ ของ Board Game ทีมี Scenario เดียว การทำงานร่วมกันของสมาชิกในทีมจำกัดเพียง 1-2 คนต่อทีม ด้วยข้อจำกัดของขนาด กฎกติการที่มียิบย่อย ไม่มาตรฐาน หากจะจัดในกลุ่มใหญ่จะใช้ Facilitator มาก ตัวชี้วัดมีจำกัด

บทบาทของผู้เข้าอบรม และ Engagement ในการฝึกอบรม

เป็นผู้รับข้อมูล Passive Attendee Learner โดยผ่านการนั่งฟังผู้บรรยาย อาจจะมีกิจกรรมคั่นเวลาบ้าง หรือจะต้องตอบคำถามบ้าง แต่ระดับ Engagement ไม่สูงมาก ยิ่งหากการฝึกอบรมเป็น In-house Training ที่สำนักงานด้วยแล้ว ยิ่งมีการ engagement ที่ต่ำลง

เป็นผู้ลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ใน MonsoonSIM Simultation ต้องวางแผนตัดสินใจ และประสานงานร่วมกับทีมตลอดเวลา อาจเรียกได้ว่า Active Attendee/Learner ซึ่งทำให้มีการ Engagement กับการฝึกอบรมมากกว่า เพราะว่า การฝึดอบรมด้วย MonsoonSIM คือ Action Learning

ความเข้าใจในเนื้อหา

อาจเข้าใจเชิงทฤษฎี ทว่าอาจขาดภาพของการเชื่อมโยง ต่อให้เนื้อหาจะพยายามเชื่อมภาพให้เห็นซึ่งกันและกัน ทว่าจะต้องใช้ประสบการณ์ทำงานเป็นสะพานที่ทำให้ชัดเจนมากกว่า

มีทั้งความเข้าใจเชิงทฤษฎี และความเชื่อมโยง เพราะว่า MonsonSIM ต้องประสานงานกันในทีม และจะต้องเชื่อมโยงการทำงานของสมาชิกหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน และมี "ข้อมูล" เป็นตัวเชื่อมให้เข้าใจว่าทฤษฎีนั้นทำงานในลักษณะใด

การเรียนรู้จากความผิดพลาด

อาจเรียนรู้ความผิดพลาดได้จากกรณีศึกษา ที่ถูกยกมาในชั้นเรียน ทว่าขาดประสบการณ์ตรง และไม่มีโอกาสในการทดลองวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เข้าใจทางเลือกในการตัดสินใจ

ผู้เข้าฝึกอบรมจะได้อาศัยความเป็น Simulation ในลักษณะ Sandbox ที่เปิดโอกาสให้ "ทดลอง" และ "ทำผิดได้" ซึ่ง Simulation จะแสดงผลลัพธ์ละค่าต่างๆ ให้วัดผลได้ และเรียนรู้ไปด้วยกันกับทีม ร่วมกับคำถามและคำแนะนำจาก Facilitator และมีโอกาส วางแผน ทดลอง รับรู้ผล ปรับแผน ทำให้ PCDA ทางทฤษฎี เกิดขึ้นจริงในการอบรม ซึ่งป็นคุณค่าที่จะติดตัวผู้เข้าอบรมไปใช้งานต่อได้

Dynamic ของการเรียนรู้ และการปรับใช้งานจริง

ขอบเขตความเข้าใจของผู้เข้าอบรม หากไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในของตัวผู้อบรมเอง (เช่น อายุงาน/ประสบการณ์, ทัศนคติ, ความรู้เดิม ฯลฯ) ก็จะชึ้นอยู่กับ กิจกรรมระหว่างการฝึกอบรม ซึ่งแน่นอนว่า การฝึกอบรมแบบดั้งเดิม ไม่ Dynamic ในการปรับใช้งานความรู้

ในการฝึกอบรมด้วย MonsoonSIM นั้น มี Dynamic ในการเรียนรู้ของผู้เข้าฝึกอบรม ได้แก่

  • การเรียนรู้ผ่านการรับฟัง(การสอน/แบ่งปันประสบการณ์)จาก Facilitator ผู้บรรยาย
  • การเรียนรู้จากสมาชิกในกลุ่มผ่านการหารือ แลกเปลี่ยนมุมมอง และวิธีการ และจากเพื่อต่างกลุ่มใน Workshop เดียวกัน (และใน Workshop ที่ดีควรมีความแตกต่างของวัย, สายงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Collabortive ได้ด้วย)
  • การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงจาก Simulation เช่น การเข้าใจกิจกรรม vs Data vs Performance Measurement vs Financia KPIs

ซึ่งในแง่ของการเรียนรู้นั้นมี Dynamic สูงกว่า ทั้งนี้ยังไม่รวม "ประดา" การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในเกมจากทีคู่แข่ง และจาก Facilitator รวมไปถึงการทำซ้ำจนกว่าจะแก้ปัญหาได้ (ซึ่งมักจะเกิดปัญหาใหม่ตามมาเสมอ) ซึ่งการอบรมแบบ "ดั้งเดิม" ทำได้ยากกว่า

รูปแบบของการฝึกอบรม

หัวใจหลักอยู่ที่ การบรรยาย, การยกตัวอย่าง และอาจมีการทำ Workshop บนกระดาน Flipchart สั้น ๆ และ มีส่วนของการถามตอบ

การฝึกอบรมของ TH MonsoonSIM มีความหลากหลายมากกว่า ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด (ในระยะเวลาที่มีจำกัด) เช่น มีการระเมินสมรรถะของผู้เข้าอบรม เพื่อให้ทราบว่าควรจะโฟกัสมุมมองใดเป็นพิเศษ, สัดส่วนของ Hands on ผ่าน Simulation, การพิจารณาข้อมูล , การวางแผนร่วมกับทีม, การตั้งคำถาม, การกระตุ้นด้วย Short Team KPIs, การนำเสนอบทวิเคราหะ์ ฯลฯ และที่สำคัญ คือ การฝึกอบรมที่สนุกสนาน เพราะว่าในอีกด้านของ MonsoonSIM คือ Gamification และกลเกมที่กระตุ้นบรรยากาศในการเเรียนรู้ และอยากเอาชนะตัวเองและทีมอื่นๆ

การเข้าใจพฤติกรรม และสมรรถนะของผู้เข้าอบรม

  • การบรรยายอย่างเดียว ทำให้เข้าใจพฤติกรรม และสมรรถนะไม่ได้
  • Business Wordshop หรือ Business Board Game พร้อม Assessor อาจทำให้เข้าใจได้ แต่ไม่มีข้อมูลอื่นๆ ประกอบ
  • มีการเก็บข้อมูล Transaction รายบุคคล และสามารถนำเอาข้อมูลนั้นมาประเมิน "เบื้องต้น" ได้ อาทิ ผู้เข้าฝึกอบรม มีส่วนร่วมในการกระทำมากหรือน้อย, หากเทียบกับลการแข่งขันที่เกิดขึ้น จะเข้าใจคุณภาพของการทำงาน, ระบบเก็บข้อมูลกลุ่มของโมดูลที่เข้าใจงาน ซึ่งจะทราบได้ว่า มีขอบเขตของการทำงานอย่ในส่วนใดบ้าง (หากเทียบกับความชำนาญพื้นฐาน จะพิจารณาได้ว่าเรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่มเติบหรือไม่)
  • หากมีการทำ Assessment โดย Assessor ก็จะสามารถเข้าใจระดับของ "พฤติกรรม" และ "ทักษะ" ได้ โดยนำเอาทั้งสองมุมมองมา Off Set กัน

ปลายทางของการฝึกอบรม

หากผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจเนื้อหา ซึ่งในทางกระบวนการเรียนรู้ Bloom Taxonomy นั้น การฝึกอบรมด้วยวิธีนี้ อยู่เพียง 2 ระดับแรก คือ ขั้นแรก จดจำ; Remembring และ ขั้นที่ 2 เข้าใจ; Undersanding เท่ากับว่า บุคลากรของท่าน จะได้จำและพอจะเข้าใจ อาจใข้งานความรู้ได้น้อยกว่าที่ท่านคาดหวังเอาไว้ เพราะด้วยการจำ เรียนกแล้วก็ลืม!!!

ด้วยแนวคิดของ Bloom taxonomy เช่นเดียสกัน การฝึกอบรมด้วย MonsoonSIM Simulation ที่ผู้เข้าฝึกอบรมอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องฟังการบรรยายบางส่วนจาก Facilitator พิจารณาข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รื้อฟื้นความรู้และประสบการณ์เดิมที่มี มารวมกันในการฝฝึกอบรม และเห็นผลลัพธ์ ที่จะได้สนทนาแลกเปลี่ยนกับสมาชิกในทีม วิทยากรผู้อบรมของเรา ทำให้การฝึกอบรมได้ผลไปถงระดับที่สูงกว่าไ้ดไม่ยาก คือ ขั้นที่ 3 Applying; ประยุกต์ใช้ ขั้นที่ 4; Analyzing; วิเคราะห์ ขั้นที่ 5 Evlauating; ประเมินผล และขั้นที่ 6 Creating สร้างแนวทาใหม่ในการทำงาน การฝึกอบรมในลักษณะนี้ ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ หรือเชื่อมโยงกับะสบการณ์ทำงานเดิม ประสานและใช้งานความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้

MonsoonSIM Core Values ในการฝึกอบรมบุคลากร

10 กลุ่มทักษะ/สมรรถนะ ที่ MonsoonSIM เสริมให้กับผู้เข้าอบรม

สิ่งที่ผู้เข้าฝึกอบรมจะได้จากการใช้ MonsoonSIM Business Simulation ในการฝึกอบรม นั้น จะมีระดับ และจำนวนทักษะที่แตกต่างกันไป ตามประเภทของหลักสูตร, กลุ่มทักษะ/สมรรถนะเป้าหมาย (2-4) ทักษะ/สมรรถนะ, จำนวนวันในการฝึกอบรม, จำนวนบุคลากรต่อรอบในการฝึกอบรม, ความพร้อมในการ “ปลอดงาน” เพื่อการฝึกอบรม, ทัศนคติ และความพร้อมของผู้เข้าอบรม ฯลฯ
ในแต่ละหลักสูตรของ MonsoonSIM จะระบุว่า หลักสูตรใดสร้าง ทักษะและสมรรถนะใดบ้างต่อไป

ทักษะ/สมรรถนะ

ประโยชน์ต่อบุคลากรและองค์กร

การผสมผสานของ กลุ่มโมดูล, หลักสูตร และกิจกรรม ที่เกี่ยวข้อง กับ MonsoonSIM

Collaborative

(Silo Bursting)

ทักษะพื้นฐานที่ได้จาก MSIM

  • ทำให้เกิดการทำงานด้วยกันอย่างราบรื่น มีการแบ่งปันข้อมูลและทำงานประสานกันอย่างมีคุณภาพ
  • ลดปัญหาคอขวด ลดกระบวนการขั้นตอน และลดต้นทุนโดยรวมขององค์กร
  • ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น และนำไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจได้เร็วขึ้น

ทุกหลักสูตรของ MonsoonSIM ที่ช้หลากหลายโมดูลร่วมกัน พร้อมการสร้างเงื่อนไขด้วย Parameter

การทำงานร่วมกันในชีวิตจริงและ Simulation นั้น ต้องอาศัยข้อมูลร่วมกัน ร่วมในเป้าหมายเดียวกัน ทำให้การทำงานราบรื่น

Analytical, Systematics thinking and Complex Problem Solving

ทักษะพื้นฐานที่ได้จาก MSIM ความซับซ้อนขึ้นกับจำนวนโมดูลและเงื่อนไข

  • ช่วยแยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็น และอคติ ทำให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาและหาทางแก้ไขได้ดีขึ้น
  • มองเห็นภาพรวม โดยเชื่อมโยงทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน สามารถแก้ไขปัญห่ที่ต้นตอของปัญหาได้ และเป็นการสิ้นสุดของปัญหา
  • ทำให้พบแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ มีทางเลือกให้กับองค์กรมากขึ้น
  • เชื่อมโยงกับ Data Driven Decision
  • กระบวนการทางธุรกิจ (Business Flow, Business Processes) เป็นหัวใจสำคัญของ MonsoonSIM โดยตรึงไว้กับหลักวิชา เช่น Value Chain สำหรับการบริหารกระบวนการภายใน ซึ่งวางไว้เป็นระบบ
  • การทำกิจกรรมโดยผ่านกระบวนการเหล่านี้ จะมีเหตุปัจจัย (ข้อมูล) ที่ใช้ก่อน ระหว่าง และหลังกิจกรรมแต่ละวงกรอบในแต่ละกระบวนการ ซึ่งทำให้ผู้ใช้มองเห็นโอกาส, ปัญหา ต่าง ๆ และนำมาวิเคราะห์ เพื่อการวางแผนแก้ไข และทดองลงมือทำ

Resilence, Agility & Flexibity

ทักษะเกี่ยวกับความยืดหยุ่น และความคล่องตัว

  • ธุรกิจในโลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงสูง และรวดเร็ว การธุรกิจที่สามารถปรับตัว (แผนและกระบวนการ) ได้สูงจะมีโอกาสในการอยู่รอดได้สูง
  • บุคลากรที่มีทักษะในการปรับตัว, เปลี่ยนแปลง จะช่วยให้สามารถทานทานต่อปัญหาและอุปสรรคจะช่วยใหเ้ป็นนักคิด นักวางแผน และนักลงมือทำ

ในระหว่างการใช้งาน MonsoonSIM จะมีการเปลี่ยนแปลงจากหลายรูปแบบ

  • การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์แบบ Dynamics ที่มีผลกระทบต่อ parameters ที่สร้างสภาพแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงในเกม เช่น มีการปรับราคาของวัตถุดิบ/สินค้าสำเร็จรูป เมื่อมีระดับของ Inventory ที่เปลี่ยนแปลงไป, มีการปรับเปลี่ยนของอัตราแลกเปลี่ยน, มีการปรับเปลี่ยนของระดับความต้องการสินค้า ฯลฯ
  • การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆ เช่น Crisis เป็นต้น
  • การเปลี่ยนแปลงที่ Facilitators สามารถปรับค่าต่าง ๆ เพื่อแทรกแซงเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วย Run-Time-Parameters
  • การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายใน เช่น การปรับเปลี่ยนนโยบาย, ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการตัดสินใจของสมาชิกในทีม ฯลฯ
  • การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากคู่แข่ง

การปรับเปลี่ยนเหล่านี้เป็นการจำลองการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เทียบเท่ากับชีวิตจริง ผู้เข้าฝึกอบรมจะได้สัมผัส และมีประสบการณ์นี้

Big Data, Data Driven Decision & AI

ทักษะของการประมวลผลข้อมูล และการตัดสินใจด้วยข้อมูล

  • ข้อมูลมีมากมาย และในปัจจุบันข้อมูลในองค์กรใด ๆ ที่มีระบบจัดเก็บอาจมีปริมาณมาก ทว่าองค์กรนั้น ๆ อาจไม่ได้ใช้งาน "ข้อมูล" ที่เป็น "สินทรัพย์" อย่างมีคุณค่า
  • การตัดสินใจด้วย "ข้อมูลภายในองค์กร" ทำให้องค์กรสามารถเข้าใจปัญหา หรือสถานการณ์ต่างๆ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหา
  • เชื่อมโยงกับ Measuarbility, Controlling และ Quality Control และ Collaboration

ใน MonsoonSIM มีข้อมูลหลากหลายประเภท ถึงแม้นไม่อาจจะเรียกว่า Big Data ได้ แต่ข้อมูลปรากฎในแพลทฟอร์นั้นมีประโยชน์ต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม และสร้างพื้นฐานตัดสินใจด้วยข้อมูลอย่างแน่นอน

  • มีข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจ เป็นตัวตั้งต้นการเริ่มต้นธุรกิจที่ดี เช่น เงินสดตั้งต้นในการทำธุรกิจ, วงเงินเบิกเกินบัญชี, ขนาดและความต้องการของตลาดรายพื้นที่, รายสินค้า ฯลฯ
  • มีข้อมูลที่ใช้ในการปฏิบัติงานของแต่ละงาน คือ ส่วนของการตัดิสนใจในลักษณะของงานนั้น ๆ
  • มีข้อมูลที่เกิดขึ้้นหลังจากกิจกรรมใด ๆ สิ้นสุดลง ซึ่งใช้ในการประเมินคุณภาพงานต่าง ๆ
  • มีรายงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Dashboard, ตารางข้อมูล ฯลฯ
  • มีตัวชี้วัด Matrics และดัชนี้ชี้วัดความสำเร็จ KPIs ของงานต่าง ๆ
  • มีตัว AI ช่วยให้คำแนะนำ

เหล่านี้จะช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับทักษะ และมีประสบการณ์เริ่มต้นใน Data Driven Decision

Entreprenuers / Intrepreneurs Mindset

ทักษะแห่งนักประกอบการภาบในองค์กร และความคิดอย่างเข้าของกิจการ

บุคลากรจะมีกระบวนการคิด

  • เป็นนักแก้ปัญหา (ตามรากศัพท์ดั้งเดิม) และการแก้ปัญหาจะเป็นการแก้ปัญหาขององค์กร มากกว่าปัญหาเฉพาะงานที่ตนเองมีส่วนรับผิดชอบเท่านั้น
  • แบบรักษาผลประโยชน์ มองภาพของการทำงานแบบที่เจ้าของธุรกิจมอง
  • มีส่วนร่วม และตระหนักถึงปัญหา, อุปสรรค, โอกาสที่เกิดกับองค์กร ไม่ใช่มองผ่านความคุ้มค่าเฉพาะงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของคน
  • สร้างแนวคิดนำสู่การปฏิบัติจนกลายเป็นลักษณะเฉพาะของทีม ฯลฯ .


เชื่อมโยงกับทุกกลุ่มทักษะ และทำงานร่วมกับแนวความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งใด ๆ ในองค์กร

  • การเข้าใจว่างานที่ตัวเองได้รับมอบ และสามารถวัดผลได้ว่าการทำงานมีประสิทธิภาพเป็นพื้นฐานของการทำงานในแต่ละงาน ซึ่งสะท้อนได้จากมีประสบการณ์ทำงานในโมดูลต่าง ๆ ซึ่งการคิดแบบนี้อย่างเดียวเป็นแนวคิดแบบไซโล
  • การเข้าใจว่างานที่ตัวเองได้รับมอบหมาย มีผลกระท่อการทำงานก่อน, ระหว่าง และหลังจากความรับผิดชอบของตน เป็นทักษะที่ MonsonSIM ทำให้เห็นชัดเจน เป็น Colaborative Work flow
  • การเข้าใจว่าทุกส่วนของการทำงาน มีผลกระทบต่อภาพรวมขององค์กร และต่างมีความจำเป็น และ การเข้าใจว่า สถานการณ์ใดที่จะต้องย่อหย่อน KPIs เพื่อปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์นั้น ๆ และร่วมความคิดในการรักษาผลประโยชน์ขององค์กรผ่านการตัดสินใจนั้นๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าว่า ทุกกิจกรรมในองค์กรล้วนเป็นต้นทุน และการไม่มองว่า ปัญหาใด ๆ เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะต้องลงไปร่วมแก้ปัญหา ต่อให้ไม่ใช่กระบวนการข้างเคียงส่งที่ตนเองรับผิดขอบ เป็นแนวคิดแบบนักประกอบการ
  • การมีแนวคิดแห่งนักประกอบการ ไม่เกี่ยวข้องกับ "ระดับ" ของตำแหน่งในองค์กร ว่ายิ่งมีตำแหน่งสูงยิ่งต้องมีจิตลักษณะนี้ แต่เป็นแนวคิดของทุกคนในองค์กร ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่การงานใดๆ

Leadership, Mentoring and Coaching

ทักษะการเป็นผู้นำที่สามารถให้คำแนะนำแก่ทีมได้

  • ช่วยให้ทีมสามารถบรรลุอุปสรรค และปัญหาไปได้
  • ช่วยให้สมาชิกทีมมีความสามารถในการแก้ไขปัญหามากขึ้น
  • ความสามารถในการตั้งคำถาม ถ่ายทอดประสบการณ์ เป็นความสามารถของการให้คำแนะนำ (การมีประสบการณ์ หรือความรู้ ทำให้เป็นผู้ให้คำแนะนำได้ และมักจะทำได้ดี)
  • องค์กรจะมีการถ่ายเทความรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ ทำให้สมาชิกขององค์กรเกิดการพัฒนาตนเอง และองค์กรไปพร้อม ๆ กัน
  • เกี่ยวข้องกับความรู้และประสบการณ์ ที่แทรกอยู่ในทุกโมดูล
  • ความเป็นผู้นำไม่ใช้ "ตำแหน่ง" แต่เป็นสภาวะที่ นำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ของตนขึ้นมาใช้กับการบริหารทีม เพื่อให้ทีมสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ สภาวะผู้นำที่ดี คือ รู้ว่าเมื่อใดควรขึ้นมา "นำทีม" เมื่อใดควร "ถอย" ให้ผู้นำคนอื่น ๆ ที่มีควมรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องได้มี "โอกาสขึ้นนำ"
  • ใน MonsoonSIM Workshop หากเปิดโมดูลจำนวนมาก และมีการเพิ่ม Parameters ขึ้นจะเกิดความซับซ้อน ซึ่งในสมาชิกในทีม ที่มีประสบการณ์ และพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างกันในช่วงวัย และ Mindset) ย่อมไม่มีผู้ใดที่จะรู้หรือเคยมีประสบการณ์ไปทุกเรื่อง และนั่นเป็นเวลาให้ทักษะของการเป็นผู้นำ, ผู้ให้คำแนะนำได้แสดงออก
  • กลุ่มคนที่เชื่อว่า "ผู้นำ" สัมพันธ์กับแต่งงาน และอายุ ที่มีทั้งทำษะผู้นำ และสมาชิกที่ดีของทีม จะเปิดโอกาสให้ผู้อื่นขึ้นมานำได้
  • กลุ่มที่เชื่อว่า ตนเองอาวุดสมากกว่า ประสบการณ์มากกว่า แต่ไม่รู้บางเรื่อง และไม่เปิดโอกาสให้ใครได้นำ ก็จะเห็นจากการแสดงออก
  • เพราะว่าระดับควมเข้าใจของทักษะผู้นำนั้นแตกต่างกัน และตีความต่างกัน

Resources Management & Operation Excellent

ทักษะในการบริหารจัดการทรัพยากร และการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม

แต่ละกิจกรรม มีความเข้าใจด้านทรัพยากร ดังนี้

  • Readiness ความพร้อมในการใช้งาน ทั้งปริมาณ และคุณภาพ
  • การจัดการทรัพยากร 3 มิติ Utilization, Optimization และ Maxzimization
  • การส่งต่อในกระบวนการ Proocess to Process มีคุณภาพ ไม่มีรอยต่อ หรือต้องเสียเวลารอคอบทรัพยากรทำให้เกิดประสิทธิภาพในงานต่่างๆ อย่างพร้อมสรรพ
  • เกี่ยวข้องกับทุกโมดูล

MonsoonSIM นอกจากจะต้องเข้าใจเพื่อการบริหารกระบวนการแล้ว ในแต่ละกระบวนการจะต้องเตรียมทรัพยากรที่จำเป็นให้พร้อม คน,เงิน,ของ(สินค้าวัตถุดิบ), เครื่องมือ/เครื่องจักร, พื้นที่ซึ่งต้องมีทรัพยากรเหล่านี้ และต้องบริหารจัดการทรัพยากรให้พร้อม ทั้งนี้ยังมี มิติของเวลา เพื่อให้ กระบวนการต่าง ๆ ไหลลื่น ไม่ติดขัด และสามารถทำตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ได้

  • คน จะต้องเตรียมจำนวน, สมรรถนะ และบุคลิกภาพให้เหมาะสม (HCM)
  • เงิน ต้องคำนวนถึงสภาพคล่อง และสอดคล้องกับขนาดของกิจกรรม (FIN)
  • ของ (สินค้าสำเร็จรูป หรือวัตถุดิบ) ที่จะต้องพร้อม และสอดคล้องกับการดำเนินงาน (PMN)
  • เครื่องมือ และเครื่องจักรที่มีความพร้อม เหมะาสมกับขนาดของกิจกรรม (PRD, MNT)
  • พื้นที่ในการทำกิจกรรม มีขนากรองรบับกับกิจกรรม (WHS, RTL, SRV)

เพื่อให้กระบวนการทำงานต่าง ๆ เช่น การผลิต (PRD), การขนส่ง (LGS), การขาย (RTL, ECM, B2B) การให้บริการ SRV สามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้

Active Listening and Communication Capability

ทักษะของการฟังและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

  • การฟังนั้นจะเข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริง ต่างจากการได้ยิน และการฟังที่ดีจะนำไปสู่ข้อมูลทั้งทางรง และทางอ้อมในการื่อสาร ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการได้
  • การสื่อสารมีปลายทางเพื่อให้ผู้รับสารอีกฝ่ายปฏิบัติตามที่ต้องการ โดยต้องอาศัยการใช้ข้อมูล, รูปแบบ และวิธีการ
  • องค์กรที่มีทักษะการฟัง และการสื่อสารดี มักจะไม่ปัญหาความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และไม่ต้องรอให้คู่สนทนาตีความได้เอง ทำให้การทำงานเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใน MonsoonSIM Workshop นิยมให้มีการจัดกลุ่มของผู้เข้าอบรมเพื่อการรองรับหลากหลายหน้าที่ใน MonsoonSIM ตามรูปแบบ many(learners) to many(modules) หากได้รับรายชื่อและตำแหน่งงานล่วงหน้า จะมีการจัดกลุ่มให้เกิดการผสมสานกันใน "แผนก" "งานที่รับผิดชอบ" และหากเป็นไปได้คือ "ช่วงวัย" เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง และทรรศนะ เมื่อมีควาแตกต่างกัน

  • การรับฟัง ความเห็น หรือข้อเสนอแนะ เป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นการใช้โอกาสของการอบรมได้แสดงปัญหาของการทำงานให้สมาชิกจากแผนกอื่น ๆ ได้เกิดความเข้าใจ
  • บ่อยครั้งที่ การได้รับหน้าที่มอบหมายใด ๆ จะมีสมาชิกที่ไม่มีความถนัดในงานนั้้น ๆ การรับฟังเมื่อมีการหารือกันเป็นการฝึกฝนทักษะการฟังให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งทีมหรือสมาชิกในทีมต้องฝึกทักษะนี้
  • การนำเสนอแนวคิด หรือวิธีการใหม่ๆ ต้องอาศัยแรงจูงใจ เหตุ และผลที่จะเกิดขึ้น ก็เป็นอีกทักษะที่จะสามารถฝึกฝนและมองเห็นได้จาก MonsoonSIM Workshop

Measurability, Cotrolling & Quality Control

ทักษะความสามารถของการวัดผล, การควบคุม และการจัดการคุณภาพของงาน

  • การวัดผลช่วยในการพิจารณาคุณภาพของการทำงาน บอกสถานะของปัญหาว่ามีระดับรุนแรงอย่างใด
  • เมื่อบุคลากรเข้าใจประโยชน์ของการวัดผล และสามารถกำหนด Matric / KPI ในการวัดคุณภาพงานของตัวเอง จะช่วยให้กิดงานที่มีคุณภาพ และควบคุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้
  • องค์กรที่บุคลากรเข้าใจเรื่องการวัดผลจะช่วยให้ประสิทธิภาพของแต่ละงาน และประสิทธืภาพโดยรวมเกิดขึ้น จากการจดการปัญหา ควบคุมความเสี่ยง

ใน MonsoonSIM กิจกรรมต่าง ๆ จะมีตัวชี้วัด Matric และดัชนีชี้วัดความสำเร็จ KPI ของกลุ่มกิจกรรม และยังมีข้อมูลทางการเงินและตัวชี้วัดทางการเงิน เพื่อบอกคุณภาพในการบริหารจัดการกิจกรรมและภาพรวม ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ดังนี้

  • ช่วยให้ผู้เข้าการอบรม เข้าใจว่าการตัดสินใจทำกิจกรรมใด ๆ มีประโยชน์หรือไม่่านตัวชี้วัดเหล่านั้น
  • เมื่อผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจประสิทธิภาพของการตัดสินใจ จะเกิดกระบวนการ ควบคุมกิจกรรมนั้น ๆ ส่วนหนึ่ง ประกอบกับในระบบ ERP จะมีฟังก์ชั่นการควบคุมเพื่อป้องกันความเสี่ยง ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางการเงินทำให้เกิดความเข้าใจในการประเมินผลของการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้น ก่อนที่จะลงมือทำ
  • เมื่อผู้เข้าร่วมอบรมใช้ Performance Matrics ร่วมกับการวัดผลทางการเงินต่างๆ จะได้เข้าใจคุณภาพของการทำงาน Quality Control ที่มากกว่า QC ในการผลิตสินค้า แต่เป็น QC ในกระบวนการทางธุรกิจ

Finaicial Management

ทักษะทางการเงินเพื่อการบริหารกิจกรรมและการบริหารธุรกิจ

  • การใส่แนวคิดเรื่องการบริหารการเงิน กับการบริหารกระบวนการทางธุรกิขจ จะช้่ววให้เกิดการรับรู้ต้นทุน และความสามารถในการสร้างรายได้ จะช่วยให้เกิดความตระหนักรู้ และเป็นตัวชี้วัดที่ดีในการปรับปรุงคุณภาพในการบริหารจัดการ
  • บุคลากรที่มีความเข้าใจเรื่องการบริหารการเงิน ล้วนเป็นว่าที่ผู้บริหารที่ดีขององค์กร
  • เกี่ยวข้องกับทุกโมดูล

ในโลกธุรกิจ "การเงิน" และ "การบริการการเงิน" คือเกณฑ์พิจารณาและตัวชี้วัดหลัก ใน MonsoonSIM ทุกกิจกรรมต่างแฝงไว้ได้ "ต้นทุน" ซึ่งสะท้อนว่าทุกกิจกรรมจากทุกแผนกนั้น ต่างมีส่วนร่วมใน "ต้นทุน" และ "Margin" ณ ปลายทาง เมื่อมีการขาย และการเก็บเงินลูกค้าได้สำเร็จ ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมที่้สรร้าง "รายได้"

  • ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เกิดความรับรู้และตรหนักเรื่องของคุณภาพในการบริหารงาน จะส่งผลต่อ "ต้นทุนของแผนก" และ "ต้นทุนรวม" ขององค์กรอย่างไร เพื่อการนำเอาตัวชี้วัดทางการเงินไปประสานกับตัวชี้วัดด้านคุณภ่พในการทำงาน และปรับปรุงให้ค่าทั้งสองสอดคล้องกันในระดับที่องค์กรสามารถทำกำไรได้

MonsoonSIM พร้อมสร้างสมรรถนะของบุคลากรทุกระดับในองค์กรของท่าน

หลายองค์กรมีความเข้าใจผิดว่า การใช้ Simulation เหมาะสมกับการฝึกอบรมบุคลากรระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้น  MonsoonSIM สามารถออกแบบ ปรับแต่ง ให้เกิดความซับซ้อนได้ตามระดับของบุคลากร และเป้าหมายในการฝึกอบรม เราเสนอให้ ในการฝึกอบรมหนึ่ง ๆ มีบุคลากรที่แตกต่างระดับ ประสบการณ์ มุมมอง และวัย เพื่อช่วยเติมเต็มกันและกัน และเป็นโอกาสในการสร้างบรรยากาศในการำงานร่วมกัน ผู้ใหญ่มองเห็นความสามารถและศักยภาพ ผู้เยาว์ได้รับการถ่ายถอดประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับองค์กรเสริมจากที่ได้รับประสบการณ์ผ่าน MonsoonSIM

มองภาพกว้าง วางทิศทางอนาคต และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

MonsoonSIM ช่วยให้ผู้บริหารประมวลเอาความรู้จากหลากหลายสายงานและประสบการณ์ในการทำงาน ความรู้ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างๆ มา

  • สร้างแผนกลยุทธ์ที่ซับซ้อน พร้อมกำกับการทำงานของทีมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ 
  • รับมือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รับมือวิกฤต และมีการปรับเปลี่ยนการจัดการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ไว และรุนแรงได้ 
  •  มีความสามารถในการประเมินผลโดยใช้ดัชนี้ชี้วัดความสำเร็จ
  • สามารถสื่อสารกลยุทธ์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และตอบคำถามด้วยความมั่นใจ

เปลี่ยนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ บริหารคนและระบบ เพื่อขับเคลื่อนองค์กร"

ประสบการณ์ และชุดความรู้ใน MonsoonSIM ช่วยให้สามารถประมวลข้อมูลและมาสร้างเป็นกลยุทธ์ในในการทำงานได้ 

  • ในระดับ middle management หลีกเลี่ยงไม่ได้ทที่จะต้องมีความชุดความเข้าใจเรื่องการเงิน และการบัญชีเพื่อการบริหารซึ่ง MonsoonSIM สามารถทำให้เข้าใจได้โดยง่าย ต่อให้ไม่จำเป็นต้องการทำงานในสายบัญชีและการเงิน
  • เมื่อประกอบกับความรู้ ความเข้าใจด้าน Operation ที่สะสมมาจากการทำงานจริง จะช่วยให้สามารถกำหนดนโยบายในส่วนงาน เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นการทำงานเชิงรูปธรรม พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่แม่นยำมากขึ้น 
  • สามารถบริหารจัดการข้ามสายงาน หรือ Cross department Alignment สามารถต่อรองเกี่ยวกับการเพิ่ม ลด ปรับ ตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้ได้ 

เชี่ยวชาญในงาน พร้อมส่งต่อประสบการณ์ และเป็นที่พึ่งให้ทีม

MonsoonSIM ช่วยให้มองเห็นภาพของการเป็นนักแก้ไขปัญหาในงานที่มีความซ้ำซ้อน และเกิดจากปัจจัยแวะล้อมในงานของตนเอง 

  • สามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ โดยใช้ข้อมูลจากรายงานต่าง ๆบนแพทลฟอร์ม  เมื่อวิเคราะห์สาเหตุได้แล้ว การสื่อสารสาเหตุไปยังทีมก็เป็นอีกทักษะที่จะได้รับจาก MonsoonSIM
  •  เรียนรู้ข้อมูล และการวัดผลในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงาน ได้ คุณภาพของการทำงาน ปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อน ระหว่าง และหลังการทำงานของตน โดยเข้าใจชุดตัววัดผลที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้มีความสามารถในการประเมินสถานการณ์ดีขึ้น 
  •  ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมในการทำงานจริงได้ โดยอาศัยมุมมองจากใน MonsoonSIM ขยายไป match กับกระบวนการทำงานและข้อมูลจริง การมีประสบการณ์ที่มากกว่า มุมมองที่กว้างและลึกกว่า เชือมโยงได้มากกว่าจะช่วยให้เกิดความมั่นใจในฐาน Senior ได้ดี

เชื่อมโยงทีมงาน บริหารจัดการหน้างาน และผลักดันเป้าหมายให้สำเร็จ

MonsoonSIM ช่วยให้มองเห็นภาพของการเป็นนักบริหารงาน ที่ประสานความร่วมมือภายในทีมของคน และส่งมอบงานที่ดีให้กับ          ทีมอื่นๆ ได้อย่างไร

  •  สามารถบริหารจัดการรายวัน ที่เรียกว่า Operation Excellent โดยฝึกการตัดสินใจในแต่ละกระบวนการ 
  • สามารถรับรองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน และแก้ไขปัญหาได้อย่างดี
  • มีประสบการณ์ในการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดความพร้อม และสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี
  • มีความสามารถในการติดตามและควบคุมงาน โดยอาศัยกลุ่มของตัวชี้วัด และเข้าใจดัชนี้ชี้วัดความสำเร็จในกลุ่มงานของตนได้อย่างดี
  • พร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับแผนกอื่นๆ เพื่อทำให้กระบวนการทำงานราบรื่น

เข้าใจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

MonsoonSIM ช่วยให้บุคลากรใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน และหรือระดับ Operation (Junior) มีความเข้าใจในมิติดังต่อไปนี้

  • เข้าใจกระบวนการทำงานและขั้นตอนทางธุรกิจที่เป็นมาตรฐาน เพื่อการเติบโตไปตามเส้นทางการงานในอนาคต
  • สามารถ map บทบทหน้าที่ของตนได้ว่าอยู่ในกระบวนการใดในการทำงาน และมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกระบวนการใดบ้าง สร้างความเข้าใจเรื่อง Workflow และ Fundmental Collaborations เช่น งานที่ตนทำมีผลกระทบต่อแผนกอื่น ๆ อย่างไร 
  • เข้าใจกิจกรรม, รายละเอียด และความรับผิดชอบต่อการทำงานของตนเอง  และเข้าใจการวัดผลในงานของตนเองได้เป็นอย่างดี 
  • การเข้าใจเหล่านี้ทำให้เกิดความมั่นใจในการทำงาน และทำงานได้อย่างมีความสุขโดยเฉพาะกับคนใน Generation รุ่่นใหม่ และเข้าใจบทบาทว่าการเป็นนักแก้ปัญหาในงานของเขานั้น คือ จุดเริ่มต้นของการมีวิธีคิดแบบผู้แประกอบการ

การวางแผนการฝึกอบรมให้บุคลากร

TH MonsoonSIM ขอแนะนำการวางแผนการฝึกอบรมเพื่อพัฯมนาสมรรถนะของบุคลากรในองค์กรของท่าน ไม่ว่าท่านจะเลือกที่จะใช้บริการจากเราหรือไม่ เพราะว่า เราต้องการเห็นคนไทย และองค์กรไทยเก่งขึ้น จากการฝึกอบรมที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง TH MonsoonSIM เห็นว่าการอบรมที่ดีจะต้องเกิดจากการวางแผน และดำเนินการทั้งระบบ

A) กลัดกระดุมเม็ดแรกของการวางแผนการฝึกอบรมด้วย Analyze and Define

  1. Analyze ความต้องการขององค์กรที่แท้จริง เช่น เริ่มต้นจากปัญหาในองค์กรที่พบบ่อย และมีรากฐานของปัญหามาจากบุคลากรมุมใดมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ “เกาที่คัน” เช่น บุคลากรในองค์กรทำงานแยกส่วนกัน ไม่ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างกัน เพราะว่าไม่เข้าใจว่า ปัญหาของตนไปเปิกดกับอีกฝ่ายได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ส่งมอบงานตามขั้นตอนแล้ว ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาที่คุณภาพของงาน แต่เป็นปัญหาเรื่อง Lead Time Management เป็นต้น 
  2. Define ประโยชน์ที่ได้จากการแก้ไขปัญหานี้ผ่านการลงทุน (เวลาสำหรับการใช้วิทยากรภายใน หรือ เงินทองและเวลา สำหรับการใช้วิทยากรภายนอก) หากระบุประโยชน์ที่ได้จากการฝึกอบรมชัดเจน จะง่ายต่อการกำหนดตัวชี้วัดต่อไปด้วยในอนาคต
  3. Define Target Group กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ของแต่ละกลุ่มปัญหา และความต้องการตามแผนการพัฒนาของบริษัท 
 

B) Develop HROD Plan วางแผนการพัฒนาบุคลากรแบบ End-to-End เพื่อกำราบปัญหาให้สิ้นไป พัฒนาในมุมที่ “สำคัญ” “เร่งด่วน” ก่อน “มุมแฟนตาซี”

เมื่อได้กลุ่มปัญหา และสามารถระบุประโยชน์ของการแก้ไขปัญหานั้นแก่องค์กรได้อย่างเป็น “รูปธรรม” แล้ว ขั้นตอนต่อไปนี้คือ กระบวนท่าในการวางแผนกาฝึกอบรม

  1.  จัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ “ควร” ไ้ด้รับการแก้ไข โดยตั้งคำถามง่ายๆ เช่น ปัญหานี้มีความจำเป็นมากหรือน้อยในระดับไหน ความสำคัญแปลว่า หากไม่แก้ไข ปัญหาจะลุกลามเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้น และลุกลาม
  2. จัดลำดับความเร่งด่วนของปัญหา ว่ามีมากหรือน้อยในระดับไหน ความเร่งด่วน แปลว่า หากช้า จะทำให้พลาดโอกาส อะไรที่รอได้ไม่เรียกว่าเร่งด่วน 
  3. นำมาจัดมิติของความสำคัญแร่งด่วน และพิจารณาตามหลักกล่องของไอเซนฮาวน์ ซึ่งจะได้รับทราบระดับความจำเป็นและความเร่งด่วนของปัญหา พื่อวางแผนเพื่อ
    1. DO FIRST and IMMEDIATE (ทำทันที) สำหรับกลุ่มปัญหาที่ทั้งจำเป็นและเร่งด่วน ต้องมาก่อนเสมอ และให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมประเภทนี้ ซึ่งอาจจะต้องจัดไปทุกระดับของบุคลากรในองค์กร ลงงบประมาณ เวลา และทรัพยากรในกลุ่มนี้ก่อนเสมอ เป็นแผนระยะสั้น ตัวอย่าง เช่น การึกอบรมให้บุคลากรทุกระดับที่เกี่ยวกับระบบ ERP ใหม่ได้ใช้งานเป็นเพื่อการทำงานที่ต่อเนื่องในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนระบบ เป็นต้น 
    2.  SCHEDULE and PLAN (วางแผนลงตารางให้ชัดเจน)  สำหรัลกลุ่มที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน  เป็นกลุ่มต่อมาที่ให้ความสำคัญในการจัดสรรทรัพยากร เพื่อการฝึกอบรม เป็นแผนระยะกลาง ถึงยาวเพื่อความยั่งยืน ตัวอย่างเช่น การสร้างความรู้พื้นฐานถึงระดับกลยุทธ์ พร้อมตัวชี้วัด เพื่อวัดผลและปรับปรุงคุณภาพของงานในทุกระดับที่สอดคล้องกัน ซึ่ง MonsoonSIM เป็นตัวเลือกที่ดี 
    3.  DELEGATE (กระจายอบรม) สำหรับกลุ่มปัญหาที่ไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน ตัวอย่างเช่น องค์กรต้องการฝึก Soft Skills ในกลุ่มทักษะเสริมที่ควรมี เช่น EQ; ความฉลาดทางอารมณ์, ทักษะการบริหารเวล, ความคิดสร้างสรรค์, Leadership, OKR ฯลฯ ที่ช่วยให้พัฒนาบุคลากรเป็นกลุ่มๆ ไป หลังจากที่ระดับที่ 1 และ 2 สิ้นสุดลงแล้ว และไม่มี Urgentcy ใหม่ๆ
    4. Cut-Off (ตัดทิ้ง ไม่ให้ความสำคัญ) สำหรับการฝึกอบรมหรือกิจกรรมที่ไม่มีความจำเป็น ในกรณีที่ธุรกิจไม่มีปัญหาใดแล้ว และมีสภาพคล่องคงเหลือ อาจลงในกิจกรรมหรือการบรมเชิงเชิงแฟนตาซีได้ 
  4. นำ “มิติของความสำคัญ เร่งด่วนมาสนธิกับตัวแปรอื่นๆ  
    • สภาพการแข่งขันขององค์กร หากกระทบต่อศักยภาพทางการแข่งขันขององค์กรในตลาดที่คู่แข่งปรับตัว ให้ตัดสินใจเลือกในระดับ “ทำทันที” เสมอ ทว่าในกรณีที่ Life-Spanของผลิตภัรฑ์ของบริษัท มีโอกาสทางตลาดเหลือไม่มากแล้ว หรือ Growth Rate ต่ำ อาจพิจาราณาแผนในการอบรมว่า เป็น Delegate ได้ เพื่อรักษาสภาพของการทำงานที่ยังมีประสิทธิภาพเอาไว้
    • สภาพเศรษฐกิจ และ S-Curve Trend สภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมที่อาจจะชะลอตัว หรือกำลังเติบโต  เป็นตัวปรในการจัดลำดับความสำคัญ
    • สภาพทางการเงินของบริษัท หากบริษัทมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง แน่นอนว่าการอบรมบุคลากรเป็นทางเลือกท้ายๆ ในการลงทุน
    • ความเป็นคนในวัฒนธรรมและจารีตการทำงานแบบไทย เนื้อหา และรูปแบบของการฝึกอบรมเข้ากับธรรมชาติของคนไทยหรือไม่ เช่นในประเทศไทย KPIs เป็นเรื่องสำคัญกว่า OKR 
       หากพิจารณาเช่นนี้ได้ ก็จะทำให้ “ตัดการอบรมด้วยวิชาแฟนตาซี” ออกไปได้ บางครั้งการอบรมเนื้อหาที่จำเป็น ไม่ได้ Advance เช่น การอบรมด้วยกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ เป็นความจำเป็นหาก การดำเนินธุรกิจยังคงพบกับปัญหาซ้ำซาก แก้ไขไม่ได้  อาจจำเป็นมากกว่า การอบรมแนวคิดใหม่ ๆ เป็นต้น เมื่อจัดกระบวนทัพของการฝึกอบรมได้เรียบร้อยแล้ว จึงไปยังขั้นตอนต่อไป
C) Training Design สร้างและออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมที่ต้องการ
การสร้างและการออกแบบหลักสูตร อาจใช้โครงร่างนี้เพื่อช่วยในการออกแบบ
 

หัวข้อ

รายละเอียด

(รหัส) ชื่อหลักสูตร

ระบุว่าอยู่ในกลุ่มหลักสูตรใด มีรหัสอ้างอิงใด

(รหัส) ชื่อวิชา/การฝึกอบรม

ระบุว่าชื่อวิชา/การฝึกอบรมนี้ชื่ออะไร มีรหัสอ้างอิงใด

ชื่อผู้ออกแบบ/รับผิดชอบหลักสูตร

ระบุชื่อผู้ออกแบบ และชื่อผู้รับผิดชอบหลักสูตร

Business Alignment

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการฝึกอบรม

Performance Gap

ปัญหาที่เกิดขึ้น /ความจำเป็นที่จะต้องจัดการฝึกอบรมนี้

Target Audiences

กลุ่มเป้าหมายของการฝึกอบรมเป็นกลุ่มใด มีรายละเอียดอย่างไร

Preferred Competecies (KSA)

ชุดสมรรถนะที่ต้องการจากการฝึกอบรมในวิชา/หลักสูตรนี้

จำนวนชุดของสมรรถนะที่ต้องการขึ้นอยู่กับระยะเวลาชองการฝึกอบรม

Learning Methods

เนื้อหาและรูปแบบการเรียนรู้ 

ลำดับเนื้อหา รายละเอียดแต่ละโมดูล และการจัดสรรเวลา

ระบุว่ามีสัดส่วนการใช้เวลาเท่าใด รูปแบบใด (เช่น การบรรยาย, การระดมสมอง, กรณีศึกษา, ฯลฯ)

Course Outline & Agenda

รายละเอียด และตารางเวลาในการฝึกอบรม

Duration

ระยะเวลาของหลักสูตร (วัน) (ชั่วโมง)

Medias and Tools

สื่อ, เครื่องมือ, อุปกรณ์, แพลทฟอร์มที่ใช้ในการอบรม

ข้อจำกัด

ระบุข้อจำกัดของหลักสูตร เช่น ไม่เกินกี่คน

Preferred Trainer/Facilitators

วิทยากรภายในหรือภายนอก (หากระบุชื่อได้) หากไม่สามารถระบุได้ ให้ระบุคุณสมบัติ และความเชี่ยวชาญของผู้สอน หรือนักกระบวนกร

์์Tranining Measurement

อาจใช้รูปแบบของ Kirkpatrick’s Four-Level  หรือเกณฑ์ประเมินอื่นๆ โดยระบุ Matrics ใ้ห้ชัดเจน

Kirkpatrick’s Four-Level 

  • Reaction ความพึงพอใจ ต่อวิทยากร, เนื้อหา ฯลฯ
  • Learning ความรู้ที่เพิ่มขึ้น Pre/Post Test or Survey
  • Behavior พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหน้างาน โดยติดตามผลหลังจาการฝึกอบรม
  • Results ผลลัพธ์ทางธุรกิจ เปรียบเทียบกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ว่ามีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหรือไม่

Post Training Activity and Measurement

ระบุกิจกรรมหลังการฝึกอบรมให้ชัดเจน ว่ามีกิจกรรมใดบ้าง เพื่อประโยชน์อะไร

Note

รายละเอียดอื่นๆ เช่น รูปแบบการจัดสถานที่ ฯลฯ

D) จัดหาวิทยากรและหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการ Sourcing the Program/Provider

กระบวนการคัดเลือกวิทยากรและผู้ให้บริการที่นำเสนอหลักสูตรที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับแผนการฝึกอบรม  เช่น การฝึกอบรมทางธุรกิจที่ใช้ Business Simulation ที่ครอบคลุม, หลากหลาย และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการทั้งตัวแพลทฟอร์ม และวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ ความสนุกสนาน, สามารถให้ข้อมูลของการทำงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อนำไปประเมินได้ เช่น TH MonsoonSIM ในหลักสูตร เช่น Business Acumen, Financial Acumen, Busuness Data for Performance Measurement, Entrepreneurship/Intrapreneurship เป็นต้น 

E) Kick Off การฝึกอบรมด้วยความพร้อม
  • ข้อมูลความต้องการที่ชัดเจน รวมไปถึงข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น แผนก, อายุงาน เพื่อการจัดกลุ่ม
  • ผู้เข้าอบรมมีความพร้อมในการอบรม โดยปราศจากหรือมีการรบกวนจากการทำงานน้อยที่สุด
  • สถานที่ที่ใช้ในการฝึกอบรมมีความพร้อม เช่น ขนาด, จำนวนที่นั่ง, บรรยากาศ ที่มีความพร้อมในการฝึกอบรม 
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม โดยเฉพาะประสิทธิภาพของอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น จอภาพ, ขนาดของจอ, จำนวนจอ, ความคมชัดและความสว่างของจอหรือเครื่องฉาย ฯลฯ
  • การนัดหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรม, การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า 
  • การจัดบริการอาหารและเครื่องดื่มที่สอดคล้องกับตารางการจัดฝึกอบรม และมีความยืดหยุ่น
F) Evaluation คือ ข้อมูลที่มีความจำเป็น ต้องใส่ใจ
  • ต้องวางแผนการประเมินที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ให้มีรูปแบบ และเวลาที่เหมาะสม
  • ต้องกำหนดวิธีการ จังหวะเวลาที่ใช้ในการประเมิน
  • ต้องกำหนดแบบประเมินให้เหมาะสม อย่าใช้แบบประเมินแบบเดียวกันในทุกการฝึกอบรม ซึ่งจะพลาดหัวข้อสำคัญในการประเมินในแต่ละการฝึกกอบรม
  • ต้องมีการรวบรวมผล และวิเคราะห์ผลลัพธ์ชองการฝึกอบรมโดยไม่มีความโน้มเอียง 
  • ต้องแบ่งปันผลการประเมินให้กับผู้เข้าฝึกอบรม และผู้เกี่ยวยข้อง หากผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ในประเด็นใด ให้บันทึกและสอบถามถึงสาเหตุในเรื่องนั้นๆ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป
G) กุญแจสู่ความสำเร็จ คือ Post Training Follow-up  “เทรนแล้วมีโอกาสทำ” “เทรนแล้วได้ทำ” จึง “ทำได้เพราะถูกเทรน”

อย่าคิดเฉพาะการวางแผนการอบรม ให้คิดถึงการติดตามหลักการฝึกอบรมหรือสร้างสิ่งแวดล้อมนการใช้งาน “ความรู้” ให้นานเพียงพอจะเป็น “ทักษะ” และ “ประสบการณ์” บ่อยครั้งที่งค์กรวางแผนการอบรมทว่า “ทุกอย่างสิ้นสุดเมื่อกล่าวขอบคุณในการอบรม” ความรู้ ความประทับใจที่ได้จากการฝึกอบรมนั้น ไม่ได้ถูกสานต่อให้เกิดเป็นประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งทำไ้ด 2 กรณี

  • สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้สิ่งที่ผ่านการอบรมถูกนำไปใช้ได้ ในลักษณะ Sandbox เพื่อการทดลองในงานหรือโครงการที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะว่าโอกาสการชนะปัญหาง่ายและสร้างกำลังใจให้ทีม สามารถ Agile แผนได้ และผลกระทบต่อกระบวนการหลักก็มีต่ำ   ถ้าการฝึกอบรมเสร็จสิ้น ทว่าไม่มี “สนาม” ให้ทดลองทำ การฝึกอบรมก็เสียเปล่า จริงอยู่ที่จะมีความเสี่ยง แต่ถ้าองค์กรต้องการการเปลี่ยนแปลง องค์กรต้องเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรม วิธีการ และหรือกระบวนการใหม่ เพื่อผลลัพธ์์ใหม่ ความผิดพลาดนำไปสู่การเรียนรู้และฝึกทีมงานให้แกร่งในชีวิตจริง แบบนี้จึงเรียน “เทรนแล้วมีโอกาสทำ” เช่น ในหลายปีก่อน (ช่วง 2565-2568) เป็นช่วงบ้าวิชาแฟนตาซีที่ชื่อว่า Innovation องค์กรใด ๆ ก็อยากทำจึงมีการพัฒนา ทว่า ไม่มีแผนธุรกิจรองรับ ไม่มีนโยบายรองรับ การเกิดขึ้นของ “นวัตกรรม” ที่เป็นหมันตั้งแต่แรกเริ่มโครงการอบรม แต่ไม่มีใครถามว่า “ทำไปเพราะอะไร” แต่รู้สึกว่า “ต้องทำตามเทรนด์” 
  • ติดตามผล โดยมีการตั้งเกณฑ์ชี้วัด เพื่อให้เกิดการนำเอาสิ่งที่ได้รับการฝึกอบรมไปใช้งาน เช่น ในระยะเวลาหลังจา 7 วันแรก ควรจะให้ระบุว่า จากการฝึกอบรมที่ได้ผ่านมานั้น คิดว่าจะเอาประเด็นใดไปใช้งานบ้างในงานของคนเอง และมีเกณฑ์ชี้วัดอย่างไร หลังจากนั้น การสร้าง Log เพื่อการติดตาม จะเป็นสิ่งที่ทำให้การฝึกอบรมนั้นได้รับการนำไปใช้ในงาน  การทำซ้ำ หรือมีโอกาสทำบ่อยๆ ช่วยให้ “เทรนแล้วได้ทำ” โดยอาศัยกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การทำ Coffee Talks แนะนำความผิดพลาด หรือประสบการณ์จากการทดลองความรู้ที่เรียนมา ซึ่งบางครั้งอาจต้องการให้วิทยากร หรือหัวหน้างานมา mentor เพิ่ม 
การฝึกอบรมที่ผ่านมา องค์กรของคุณได้ทำข้อ G จริงจัง หรือว่าเป็นเพียงรายงานตาม KPIs ทีมักสรุปผลว่าได้ตามเกณฑ์เสมอ แต่องค์กรไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามแบบความคิดแบบไทย ๆ ที่ควรยกเลิก  เมื่อองค์กรเปลี่ยน Mindset ว่า ฝึกอบรมแล้วได้ทำ ทำผิดพลาด ไม่นับเป็นความผิดพลาดที่ส่งผลต่อการทำงาน (Sandbox) ก็ตะสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ให้การทำงานขององค์กร เพราะไม่ใช่ทุกการทดลองจะได้ “ผลดี” เสมอไป อยู่ท่ว่า เมื่อการเปลี่ยนแปลง(จากการฝึกอบรม)เกิดขึ้น การให้โอกาส การให้กำลังใจ ให้ทรัพยากร เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การ “ลงทุน” และเมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทางดี หลังจากผ่านความล้มเหลวบ้าง เมื่อนั้นจึงเคลมได้ว่า “ทำได้เพราะถูกเทรน”

TH MonsoonSIM  นำเสนอ 5 หลักสูตร กับ 1 กิจกรรม  เพื่อความครอบคลุมทุกความต้องการด้านการฝึกอบรมบุคลากรในสมรรถนะด้านธุรกิจ ที่จำเป็นต่อการทำงานในองค์กร หรือ การเป็นผู้ประกอบการในฐานะเจ้าของกิจการ โดยมีหลักสูตร 5 หลักสูตรเพื่อการอบรม และ 1 กิจกรรม Business Game Team Building  ให้องค์กรได้เลือกสรร ท้ั้งนี้หลักสูตรเหล่านี้เป็นการฝึกอบรมแบบมาตรฐาน หากท่านมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ทาง TH MonsooNSIM ยินดีที่จะ Tailored made หลักสูตรให้ท่าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเกิด Training ROI ด้วยการนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และคำแนะนำจากวิทยากรไปใข้ในงานขององค์กรต่อไป

การประเมินสมรถนะของบุคลากรในองค์กร ด้วย MonsoonSIM Business Simulation

ทางเลือกสำหรับองค์กรที่ยังไม่ได้ทำ Competecy Map/Directory ของบุคลากรในองค์กร  โดยผ่านกระบวนการประเมินโดยผู้ประเมินที่มีประสบการณ์ กับ MonsoonSIM Business Simulation Workshop หรือ เหมาะกับองค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงการประเมินสมรรถนะโดยปราศจากอคติได้ 

Competemcy Assessment คือ การประเมินเพื่อวัดความรู้ ทักษะ ความสามารถ และพฤติกรรม (รวมเรียกว่า Competency หรือ สมรรถนะ) ของบุคลากร โดยอาจแบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • Functional Competency ทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จำเป็นในแต่ละตำแหน่งงาน
  • Manageble Competency ทักษะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการสำหรับการบริหารงาน
  • Worability Competency ทักษะที่อำนวยให้เกิดการทำงานที่มีความสุข ราบรื่น ต่อทั้งตนเองและสังคม

การประเมิน Competency ทำให้เกิดประโยชน์ดังต่อไปนี้ 

  • หาช่องว่างของทักษะ (Identify Competency Gap): ทำให้รู้ว่าพนักงานขาดทักษะด้านใดเพื่อพัฒนาได้ตรงจุด
  • พัฒนาบุคลากรแบบเฉพาะบุคคล (Personalized IDP): ใช้จัดทำแผนพัฒนาพนักงานรายบุคคล (Individual Development Plan) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning): คัดเลือกพนักงานที่มีศักยภาพ (Talent) เพื่อเตรียมพร้อมเป็นผู้นำคนต่อไป
  • เพิ่มความเป็นธรรม (Fair Evaluation): ช่วยให้การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือปรับเงินเดือน มีเกณฑ์การวัดด้านพฤติกรรมที่ชัดเจนและโปร่งใส
  • เพื่อความเข้าใจบุคลิกภาพ (Personlaity Assessment): ประเมินความสุขในการทำงาน และผลกระทบที่เกิดกับผู้ร่วมงานอื่น ๆ ในองค์กร

กระบวนการที่จำเป็นในการทำ Assessment

    1. Define  Preferres Competencies: กำหนดชุดของ Competency ที่ต้องการประเมิน
    2. Define Criteria: กำหนดเกณฑ์และระดับพฤติกรรม (Proficiency Level) ของแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน
    3. Design Processses: รวมถึงการออกแบบกิจกรรม ลำดับ ขั้นตอน ใน MonsoonSIM Workshop ประสานกันกับการประเมิน
    4. Assess & Evaluate: ดำเนินการประเมินระหว่าง MonsoonSIM Workshop
    5. Analyze Gaps: นำผลคะแนนมาวิเคราะห์หาช่องว่างระหว่างระดับจริงกับระดับที่คาดหวัง
    6. Feedback & Action: แจ้งผลประเมินแก่พนักงาน และร่วมกันวางแผนพัฒนา (IDP) ต่อไป
รูปแบบของการประเมินสมรรถนะ โดย MonsoonSIM มีทั้งรูปแบบที่องค์กรของท่านทำได้เอง และไม่มีค่าใช้จ่าย หรือใช้บริการจากทีมมืออาชีพของเรา)
  • สำหรับ รูปแบบ A) นั้น MonsoonSIM มีเป้าหมายที่ K; Business Knowledge เท่านั้น
  • สำหรับ รูปแบบ B) ทีมของ TH MonsoonSIM ดำเนินการสอบถามถึงความต้องการ  ออกแบบ เกณฑ์การประเมิน กำหนดรูปแบบและสถานการณ์ในการประเมินผ่าน MonsoonSIM Workshop ดำเนินการ เก็บข้อมูล ประเมินผล และทำ IDP 
  • สำหรับรูปแบบ C) ทีมประเมินขององค์กร ดำเนินการตามจั้นตอนที่แนะนำ 1-6 ด้วยตัวท่านเอง 

รูปแบบ

ใช้ในสถานการณ์ใด

A) Self-Assessment

ประเมินตัวผู้เข้าอบรมเอง

  • ใน MonsoonSIM Workshop ที่มีเวลาเพียงพอ มีบริการ Self-Assessment Sheet Level 1 และ Level 2 (โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)
  • เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถ Focus ในชุดความรู้ที่ตัวเองพร่องได้ และให้ความสำคัญกับชุดความรู้ ประเด็น มุมมอง นั้นเป็นพิเศษ
  • Level 1: ประเมินสมรรถนะในชุดความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ เทียบกับโมดูลใน MonsoonSIM ว่ามีระดับสมรรถนะในระดับใด
  • Levek 2: ประเมินสมรรถนะในสมรรถนะด้านการบริหารธุรกิจ เทียบกับสามเหลี่ยมแห่งการบริหาร P3Y Triangle of Management ว่ามีระดับสมรรถนะในระดับใด
  • จะมีการประเมินก่อน และ หลัง MonsoonSIM Workshop
  • องค์กรสามารถขอรับเอกสารกลับไปเพื่อรวบรวมข้อมูลและประเมินผลได้ด้วยตนเอง MonsoonSIM จะไม่ประเมินผลให้ท่าน

B) Behaviorial Observation by MSIM Experienced Assessors

ประเมินโดยผู้ประเมินที่มีประสบการณ์ของ MonsoonSIM

  • TH MonsoonSIM ใช้การประเมินผ่านการสังเกตพฤติกรรมที่แสดงออกใน MonsoonSIM Workshop
  • TH MonsoonSIM มีการกำหนดเกณฑ์ของพฤติกรรม โดยมีการ ออกแบบคู่ขนานกับ Workshop ประสานกับสมรรถนะที่ประเมินอย่างเป็นระบบ
  • มีการกำหนด กระบวนการและขั้นตอน การตรวจสอบ ประเมินผลร่วมกันระหว่างทีมผู้ประเมิน
  • มีการใช้ข้อมูลที่บันทึกในระบบ ผ่าน Learner Activity และ Evidence of Learning มาประสานกับข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรม และความเห็นของผู้ประเมินร่วมกัน เพื่อประเมินสมรรถนะตามกลุ่มที่ต้องการ

C) Behaviorial Observation by Internal Team

ประเมินโดยผู้ประเมินที่มีประสบการณ์โดยทีมขององค์กร

  • องค์กรของท่าน สามารถดำเนินการควบคู่กับ MonsoonSIM Workshop ได้
  • องค์กรสามารถทำการประเมินทำโดยบุคลากรภายในที่ไม่มีความโน้มเอียงในการประเมิน (ซึ่งทำได้ยาก) โดยแพาะอย่างยิ่งกับหัวหน้างาน และฝ่าย HR
  • สามารถนำเอาข้อมูลไปประกอบการทำ Internal IDP
  • TH MonsoonSIM ไม่มีส่วนใด ๆ ในการประเมินและผลลของการประเมินที่ทำโดยประบวนการภายใน

Powered By EmbedPress

รายชื่อองค์กรที่โอบรับหลักสูตร MonsoonSIM และ P3Y Academy ในการฝึกอบรมบุคลากร

Corp Feedback Slide1 (1)
previous arrow
next arrow
Corp Feedback Slide1 (1)
Corp Feedback Slide1 (2)
Corp Feedback Slide1 (3)
Corp Feedback Slide1 (4)
Corp Feedback Slide1 (5)
Corp Feedback Slide1 (6)
Corp Feedback Slide1 (7)
Corp Feedback Slide1 (8)
Corp Feedback Slide1 (9)
Corp Feedback Slide1 (10)
Corp Feedback Slide1 (11)
Corp Feedback Slide1 (12)
Corp Feedback Slide1 (13)
Corp Feedback Slide1 (14)
Corp Feedback Slide1 (15)
Corp Feedback Slide1 (16)
Corp Feedback Slide1 (17)
Corp Feedback Slide1 (18)
Corp Feedback Slide1 (19)
Corp Feedback Slide1 (20)
Corp Feedback Slide1 (21)
Corp Feedback Slide1 (22)
Corp Feedback Slide1 (23)
Corp Feedback Slide1 (24)
Corp Feedback Slide1 (25)
Corp Feedback Slide1 (26)
previous arrow
next arrow
MonsoonSIM ไม่เหมาะกับบุคลากรแบบใด (ใครใช้แล้วไม่เปิดประโยชน์)
  • ผู้ที่ไม่ประสงค์จะเรียนรู้ หรือนำเอาความรู้ ประสบการณ์ ไปพัฒนางานของตนเอง 
  • ผู้ทีไม่เปิดใจกับการเรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่คุ้นเคย
  • ผู้ที่ไม่มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น ไม่มีอีเมลล์
  • ผู้ที่ใช้เวลาไม่เหมาะสมกับกิจกรรม เช่น เอาเวลาในการฝึกอบรมไปทำงาน 
  • Old at heart ไม่อยากทำอะไร รอวันหยุดทำงาน
การฝึกอบรมใด ๆ เป็นเพียงการเปิดประตูการรับรู้เพื่อการนำไปปฏิบัติและใช้งาน ในด้านความรู้ การฝึกอบรมเป็นพื้นฐานในความเข้าใจ ทว่า ไม่มีการฝึกอบรมใด ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ที่จะสร้างทักษะที่พร้อมใช้งานได้ทันทีทันใดทักษะเกิดจากการทำซ้ำ ผิดพลาดและเรียนรู้ ใครที่ว่าฝึกอบรมแล้วสร้างทักษะได้ใน “ทันที” เป็นเรื่องไม่จริง  แต่การฝึกอบรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านทักษะ เป็นการ activate จิตลักษณะที่ยังไม่ชัดเจนของผู้ฝึกอบรม และหากมีพื้นฐานความรู้ มีความเข้าใจ ใช้งานความรู้ที่เกี่ยวข้องเป็น เมื่อนั้น “ทักษะ” จึงเกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์ในข้ามคืนจากการฝึกอบรม ไม่ใช่ความเก่งกาจของวิทยากร แต่เป็นกระบวนการที่นักกระบวนกรช่วย กดปุ่ม push start ให้บุคลากรของท่าน 

ติดต่อ MonsoonSIM เพื่อการฝึกอบรมบุคลากร

กด + เพื่อส่งข้อมูล และนัดหมาย  หรือ ติดต่อที่ คุณปรมินทร์ (Faciliator) ได้ที่ 095-4465355

ติดต่อเพื่อการฝึกอบรมบุคลากร

Business Simulation Workshop by TH MonsoonSIM
MSIM Contact form for Corporate Training

ข้อมูลของผู้ติดต่อ

Your Information


ช่องทางการติดต่อกลับ

โปรดระบุช่องทางการติดต่อกลับ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ติดต่อกลับหากไม่ระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 

Please provide a contact method. We will not be able to contact you without a mobile number.

โปรดระบุความประสงค์ของท่าน (Please specific your inquires)

โปรดระบุความประสงค์ของท่าน และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอ