ทำบัญชีจึงได้สถานะเงิน​ ไม่ทำบัญชีคือความผิดพลาดของธุรกิจ​ ไม่เรียนรู้บัญชีคือนักธุรกิจที่ผิดใหญ่หลวง

หมายเหตุ: เนื้อหานี้มาจาก Blog เดิมใน Website เดิมที่ประกาศเลิกให้บริการในประเทศไทย  ลงวันที่ 15.10.2019  #บทเรียนง่ายๆสไตล์มอนซูนซิม

https://fortiviti.com/accounts-receivable-financing-what-you-need-to-know/

ทำบัญชีจึงได้สถานะเงิน ไม่ทำบัญชีคือความผิดพลาดของธุรกิจ ไม่เรียนรู้บัญชีคือนักธุรกิจที่ผิดใหญ่หลวง

เวลาที่พูดถึงบัญชีเมื่อเราหลายคนโตขึ้น บัญชีถูกแปลกว่า “ยุ่งยาก” และมันก็ยุ่งยากจริง ๆ ในเชิงของมาตรฐานบัญชี ซึ่งถูกวางไว้เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันส่วนใหญในโลก เพื่อให้ธุรกิจสามารถเข้าใจกันและกันได้ เวลาที่เราพูดถึงบัญชี คนส่วนมากจากส่ายหัวและวิ่งหนึ
พี่แว่นหน้าตาดี จะมาแนะนำน้องๆ เกี่ยวกับ บัญชี การเงิน และธุรกิจ ให้ง่ายขึ้น

หลักข้อแรก คือ คิดเป็นขั้นตอน และคิดให้ง่าย

แม่ให้เงินเราสัปดาห์ละ 1500 บาท เพื่อไปเรียนหนังสือ (เงินต้น = ทุน) ในระหว่างสัปหาด์

  • วันจันทร์
    • แม่ให้เงินประจำสัปดาห์   มีเงินเพิ่ม 1,500 บาท (0+1,500)
    • ไปโรงเรียน แม่ไปส่ง       ใช้เงิน 0 บาท         คงเหลือ 1,500 บาท
    • ทานข้าวเช้าที่โรงเรียน   ใช้เงิน 50 บาท       คงเหลือ 1,450 บาท (1,500-50)
    • ทานข้าวกลางวัน            ใช้เงิน 50 บาท       คงเหลือ 1,400 บาท  (1,450-50)
    • ไปเรียนพิเศษ นั่ง BTS    ใช้เงิน 35 บาท       คงเหลือ 1,365 บาท (1,400-35)
    • กินบิงซูก่อนเรียนพิเศษ หารกับเพื่อน          ใช้เงิน 60 บาท         คงเหลือ 1,305 บาท (1,365-60)
    • แม่มารับไม่ได้ ให้นั่ง Taxi กลับบ้าน              ใช้เงิน 135 บาท      คงเหลือ 1,170 บาท (1,305 – 135)
    •  

วิธีการแบบนี้ คือ วิธีการทำบัญชี ยอดคงเหลือ เรียกว่า “Balance”

  • 1500 บาทเมื่อต้นสัปดาห์ คือ รายรับ หรือ ทุน
  • 1170 บาท คือ เงินที่เหลือ (สภาพคล่องทางการเงิน)
  • เฉลี่ยแล้ว หากกิจกรรมเป็นแบบนี้ทุก ๆ วัน เว้นเส้นแต่ว่า ไม่ต้องกลับ Taxi เอง จะใช้เงินเฉลี่ยนวันละ 195-200 บาท
  • 1 สัปดาห์ มีเรียนที่โรงเรียน 5 วัน เป็นประมาณการรายจ่าย (ฺBudgeting) 1,000 บาท (แม่จึงให้ไว้ สัปดาห์ละ 1}500 บาท เพราะว่า แม่คำนวนแล้วอย่างเทพ)
  • ควรมีเงินเหลือประมาณ 500 บาท (แบบไม่ใช่สุรุ่ยสุร่าย) หากเอา 500 บาท เก็บไว้ครบ 4 สัปดาห์ จะได้เงิน 2,000 บาท เรียกง่าย ๆ ว่า “ทุนสะสม” “เงินออม”
  • หากเอาเงินเหล่านี้ไปซื้อฉลากออมสิน เพื่อหวังดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อไป เรียกว่า “เอาเงินไปทำงาน” (ลงทุน)
  •  

เห็นไหมครับ ว่า บัญชี (บันทึกหรือคำนวน) แบบ “Balance Sheet” ง่าย ๆ จะมองเห็น “ตัวเงิน” (สินทรัพย์หมุนเวียน)  พี่แว่นหน้าตาดีจึงบอกว่า “ทำบัญชีจึงได้การเงิน”

มองในมุมธุรกิจ

  • กรณีแรก ถ้ามีวินัย ได้ “เงินสะสม” ไปเรื่อย ๆ สัปดาห์ละ 500 แบบนี้ เรียกว่า มีเงินเหลือเก็บ มี “สภาพคล่องทางการเงินสูง” หากวันหนึ่งจะต้องซื้อบัตร Meet and Greet BNK48 ราคา 1,500 บาท จะจัดสินใจซื้อได้ทันที แบบนี้เรียก “สภาพคล่องสูง”
  • ในทางกลับกัน หาก เกิดไปดูหนัง ซื้อหนังสือการ์ตูน เพื่อนยืม ไปมาระหว่างสัปดาห์ ทำให้มีเงินที่ควรเก็บสะสมได้เหลือ 70-100 บาท แทนที่จะเป็น 500 ต่อสัปดาห์ .. เมื่อบัตร Meet and Greet ออกมาในราคา 1,500 บาท แต่เรามี “เงินสดในมือ” (เงินออม) เพียง 450 บาท ก็อดแสดงความเป็นโอตะคุ .. แบบนี้ ในทางธุรกิจเรียก “สภาพคล่องทางการเงินไม่มี” (ขาดสภาพคล่อง) หมายถึง ทำกิจกรรมตามใจอยากไม่ได้เพราะว่าขาดสภาพเงินสด
  • และหากร้ายไปกว่านั้น คือ ใช้เงิน จนกระทั่งติดลบ เช่น ทุกอาทิตย์ไปยืมเพื่อน และติด “หนี้” อาทิตย์แรก -300 บาท .. เมื่อสัปดาห์ต่อไป แม่ให้เงินมา 1,500 บาท ก็จะเหลือเงินสดในมือจริง ๆ เพียง 1,200 บาท เท่านั้น แปลว่า จะอดกิงบิงซูกะสาว ๆ ที่ไปเรียนพิเศษ และปล่อยให้หนุมโรงเรียนอื่น ๆ มาชวนสาวตัดหน้าไปนั่นเอง
  •  

หวังว่าน้อง ๆ คงเข้าใจพื้นฐานมากขึ้น หรือสามารถต่อยอดได้ เรื่องใด ๆ หากมีพื้นฐานที่ดี แล้วจะไปพลิกแพลงอะไรย่อมทำได้ง่าย ไว้เรื่องต่อ ๆ ไปจะมาอธิบายแบบง่าย ๆ เอาหลักคิดนี้ไปลองคิดในมุมธุรกิจต่อไป ว่า ระหว่าง ข้าว, ค่าเดินทาง, บิงซู, บัตรเติมเงินเกม online อะไรเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์ ค่าใช้จ่ายตัวใดจำเป็น ตัวไหนไม่จำเป็นจะจัดการอย่างไร … แบบนี้จะได้พื้นฐานทางธุรกิจเรื่อง การจัดการต้นทุนแล้วครับ ส่วนที่นำคิดมาตั้งแต่ต้น นั่นแหละ พื้นฐานบัญชี การเงิน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *